ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แม้กองทัพไทยพยายามใช้คำว่า “ยึดคืนดินแดน” แต่จริง ๆ แล้วพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ เนื่องจากยังมีข้อพิพาทเขตแดน
    .
    “พวกเขา (หมายถึงกองทัพของไทย) ไปเอาแนวคิดการทำสงครามขนาดใหญ่แบบรัสเซียบุกยูเครนหรือว่าสงครามเวียดนาม ซึ่งคุณต้องยึดพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนกัน” แต่คำถามคือไทยจะยึดพื้นที่อ้างสิทธิให้ได้มากที่สุดเพื่อต่อรองกับกัมพูชาในเรื่องอะไร ซึ่งไม่มีใครให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวกับบีบีซีไทย
    .
    เธอเน้นย้ำว่าท้ายที่สุดแล้วเวทีโลกไม่มีทางยอมรับการตัดสินด้วยกำลังทางทหารเพื่อให้ได้พื้นที่มา นอกเสียจากว่าไทยเป็นชาติมหาอำนาจ อ่านต่อที่

    FB_IMG_1765356557938.jpg

    https://www.bbc.com/thai/articles/c20gzld1yzgo
    https://www.facebook.com/share/17NqUEeXdD/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อคืนวานนี้ (9 ธ.ค. 68)
    รถดาวเทียมและรถองค์ประกอบPHL
    เข้าพื้นที่ จ.กัมปงธมเรียบร้อยแล้ว

    FB_IMG_1765357327650.jpg

    Cr.

    https://www.facebook.com/share/1WbzvX6mq9/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองบัญชาการกองทัพไทยเผย เวลา 15.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. 68 ว่าเมื่อคืน 9 ธ.ค. รถดาวเทียมและรถองค์ประกอบ PHL ของกัมพูชาได้เข้าพื้นที่จังหวัดกัมปงธมเรียบร้อย สะท้อนการเสริมกำลังเชิงยุทธศาสตร์กลางความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาที่ยกระดับต่อเนื่อง

    PHL-03 เป็นระบบจรวดหลายลำกล้อง สัญชาติ จีน พัฒนาต่อยอดจากโซเวียต BM-30 “Smerch” ยิงได้ไกล 70–130 กม. รองรับหัวรบหลายแบบ ใช้ถล่มพื้นที่วงกว้าง กัมพูชาจัดหาเพื่อเพิ่มอำนาจยิงเชิงยุทธศาสตร์ แม้มีจำนวนไม่มากแต่เป็นอาวุธที่ไทยจับตาอย่างใกล้ชิด.

    จีนเริ่มส่งมอบระบบ PHL-03 ให้กัมพูชาราวช่วง ปี 2014–2016 ตามความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเสริมขีดความสามารถกองทัพบกกัมพูชา โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการช่วยเหลือทางทหารระหว่างสองประเทศ อาวุธชุดนี้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของอิทธิพลทางยุทธศาสตร์ของจีนในกัมพูชา.

    ด้วยระยะยิงสูงสุดราว 130 กม. หากประจำการในกัมปงธมหรืออุดรมีชัย อาวุธ PHL-03 สามารถครอบคลุมพื้นที่ไทยได้หลายจังหวัด เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และบางส่วนของอุบลราชธานี ขึ้นกับตำแหน่งยิงจริง.

    ข่าวรอยเตอร์สะท้อนว่าไทยมี “ความกังวลสูงสุด” ต่อ PHL-03 เพราะเป็นอาวุธยิงไกลที่สามารถพุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนได้ ไทยจึงมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ และเป็นเหตุผลหลักที่ต้องใช้กำลังทางอากาศสกัดขีดความสามารถกัมพูชาก่อนเกิดความสูญเสียพลเรือน.

    https://www.facebook.com/share/1CixLyB1ND/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทย-เขมรยังรบเดือด!!
    ผู้ว่าฯศรีสะเกษแจ้งด่วน
    ขอประชาชนอพยพอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าบ้านในพื้นที่เสี่ยงติดชายแดน สถานการณ์ขยายวงกว้าง

    https://www.facebook.com/share/1Sh67Nnktv/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พล.อ.มนัส จันดี อดีตเสนาธิการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เป็นภาพแผนที่ พื้นที่ทับซ้อนแบ่งผลประโยชน์พลังงานไทย - กัมพูชา ตาม MOU 2544 พร้อมชี้ว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่จะรบกับกัมพูชาให้แตกหัก และยกเลิก MOU 44 โดย พล.อ.มนัส ระบุว่า ช่วยหาคำอธิบายด้วยครับ
    .
    1.การลากเส้นมัธยะ แสดงไหล่ทวีปของกัมพูชา มันมีหลักการกติกาสากลใด มารองรับการลากเส้นลักษณะนี้
    2.จากข้อ 1 ถ้าไม่เป็นไปตามหลักสากลที่นานาชาติยอมรับ เรายังจะรับอีกหรือ? หรือจะให้ชาติต้องเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลแบบนี้ต่อไป
    3.เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่รัฐควรยกเลิก
    .
    MOU 44 และกองทัพต้องรบแตกหักให้กัมพูชายอมในกติกาสากล ยอมรับในเส้นไหล่ทวีปที่เป็นสากลของเรา เรามีกองทัพเรือที่มีขีดความสามารถคุ้มครองผลประโยชน์ทางทะเลได้อยู่แล้ว
    .
    สำหรับเขตแดนทางบก การยึดพื้นที่บางส่วนของไทยกลับคืนมาไม่ใช้การแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ เพราะเมื่อเลิกรบ กัมพูชาก็จะนำเรื่องฟ้องชาวโลกไปทั่ว ปัญหาจะวนมาที่เดิม การแก้ปัญหาให้ยุติเด็ดขาด ต้องให้กัมพูชายอมรับในตัวข้อความในสัญญา สยาม - ฝรั่งเศส ฯ ที่กำหนดเส้นเขตแดนคือ ใช้สันปันน้ำ ร่องน้ำลึก เส้นตรงระหว่างหลักเขต ชึ่งไทยเราได้ถ่ายทอดมาเป็นแผนที่ 1 : 50,000 ขณะที่แผนที่ 1 : 200,000 มันขัดแย้งกับหลักการในตัวสัญญาจึงเป็นโมฆะ ไม่สามารถนำมาอ้างอิงได้
    .
    ดังน้ันต้องวางแผนการรบแตกหัก ด้วยความรวดเร็วรุนแรงไปที่ จุดศูนย์ดุลย์ เพื่อบีบบังคับกัมพูชาให้ร้องขอเจรจาหยุดยิง ภายใต้เงื่อนไขยอมรับเส้นเขตแดนตามอักษรหรือข้อความในสัญญาฯ เพื่อนทหารโอกาสมาถึงแล้วที่เราจะได้ทำหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยในโพสต์นี้ของ เสธ.มนัส พลโทวันชนะ สวัสดี หรือ เสธ.เบิร์ด ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า “กัมพูชาต้องร้องขอเจรจาภายใต้เงื่อนไขของไทยครับ จริงที่สุดครับ”
    .
    #สถานการณ์ชายแดน #กัมพูชา #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #กัมพูชายิงก่อน #ช่องอานม้า #เหตุปะทะชายแดน #กองทัพภาค2 #กองทัพภาคที่2 #ปราสาทตาควาย #ปราสาทคนา #ปราสาทตาเมือนธม #สุรินทร์ #BM21 #จรวดBM21 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/1Ee6jDsWwg/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธวิธีโดรนที่กัมพูชาใช้ในพื้นที่ช่องอานม้า
    .
    ลักษณะโดรนที่ใช้จะเป็น FPV ติดลูก ค.82 มม. และใช้สายไฟเบอร์ออปติกในการบังคับ
    จะมีโดรนชี้เป้าจำนวน 1 ตัว บินคอยดูสังเกตและแจ้งที่หมาย จากการฟังเสียงจะไม่มีรวดเร็วและบินได้นาน
    โดรนพลีชีพจะทิ้งทำลายบริเวณช่องด้านหน้า หรือด้านหลังบังเกอร์ หวังให้สะเก็ดกระเด็นเข้าด้านใน / บางจังหวะมีลงจอดที่พื้นเพื่อประหยัดแบตและรอเป้าหมาย
    .
    สังเกตลักษณะการบินจะไม่ผ่านจุดที่มีสิ่งกีดขวางเยอะและบินเลือกเป้าไปกลับไปมา (ทำให้คาดว่าใช้สายไฟเบอร์ออฟติก)
    .
    การบังคับจากการสอบถามเพื่อนชุดโดรนที่ใช้ FPV จะสามารถควบคุมได้ 2 ลักษณะ
    ให้บินตาม gps ขึ้นได้ทีละหลายลำ แต่จะบินมั่ว ชนกิ่งไม้ หรือตาข่ายง่าย
    ใช้คนบังคับทีละลำ ลักษณะจะบินหาที่มุดเข้าบังเกอร์ (อานม้าเจอลักษณะนี้)
    .
    ข้อสังเกต
    คนบังคับน่าจะไม่ใช่ทหารกัมพูชา เนื่องจากมีสัญญาณเข้ามาวิทยุทางทหารโหมด CRL คำภาษาอังกฤษลงท้ายประโยคว่า finished …. / ประกอบกับจุดตรวจการณ์ จะตรวจพบ จยย. ขับลงไปหลังจากโดรนพลีชีพเงียบไป (ทั้ง 2 วันที่อานม้าโดน)
    .
    คำแนะนำ
    ตาข่าย และการปิดหลัง รวมถึงช่องยิงช่วยป้องกัน
    การยิงปืนทำลายได้ยากเนื่องจากบินเร็วมาก
    ปืนแอนตี้โดรนยิงไม่ตก (อยู่ในบังเกอร์ก้มตัวต่ำครับ)
    .
    #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #สถานการณ์ชายแดน #โดรนกัมพูชา #โดรนพลีชีพ #ช่องอานม้า #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/p/17qtBAp2fu/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พวกนักวิเคราะห์การเมืองและความมั่นคงกัมพูชา ร้องหาบรรดาชาติมหาอำนาจโลก ในนั้นรวมถึงสหรัฐฯ จีนและเหล่าประเทศยุโรป ใช้มาตรการเด็ดขาดกดดันไทย ให้หยุดในสิ่งที่คนเหล่านี้ให้คำจำกัดความว่าเป็นการโจมตีทางทหารที่ป่าเถื่อนและปราศจากการควบคุมตามแนวแดน พวกเขาเน้นย้ำว่าเสียงวิงวอนขอความอดทนอดกลั้นนั้นล้มเหลว และกล่าวอ้างอันเป็นเท็จ กล่าวหาทหารไทยยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายพลเรือนในหลายจังหวัด ตามรายงานของ kampucheathmey สื่อมวลชนกัมพูชา

    รายงานของ kampucheathmey ระบุว่าเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงว่าเขามีแผนติดต่อไปยังผู้นำกัมพูชาและไทยตามหลังเหตุปะทะรอบใหม่ โยงแนวทางความเคลื่อนไหวนี้กับวลี "สันติภาพได้มาด้วยแสนยานุภาพ” อย่างไรก็ตามพวกผู้เชี่ยวชาญกัมพูชามองว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์และการร้องขอปากเปล่าจากบรรดาชาติมหาอำนาจ ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว

    Kin Phea นักรัฐศาสตร์ในพนมเปญ แนะว่าบรรดาชาติมหาอำนาจโลกต้องดำเนินการอย่างชัดเจนและเต็มกำลัง ในขณะที่เสียงเรียกร้องไม่ได้ผลใดๆ "พวกเขาเรียกร้องขออดทนอดกลั้นขั้นสูงสุด แต่มันจะเป็นผลได้อย่างไร ในเมื่อทหารไทยยังคงเดินหน้าโจมตีอย่างป่าเถื่อน ใช้อาวุธหนักและเปิดฉากโจมตีใส่กัมพูชา? แล้วกัมพูชาจะอยู่ในความอดทนได้อย่างไร ในขณะที่ไทยโจมตีเรา? มันไม่สมเหตุสมผล"

    เขายังกล่าวหาไทย ไม่แสดงออกถึงความมั่นสัญญาอย่างจริงจังต่อการหาทางออกอย่างสันติ และอ้างว่าไทยละเมิดหลักการต่างๆที่เห็นพ้องกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำตัวราวกับเป็นรัฐอันธพาล

    นอกจากนี้แล้ว Kin Phea ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ไทย กรณีถอนตัวออกจากปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ที่ลงนามในเดือนตุลาคม โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน "ไทยฉีกข้อตกลงโดยปราศจากความลังเล สหรัฐฯควรต้องใช้การกดดันทางภาษีหรือมาตรการอื่นๆ ผลักดันไทยให้กลับสู่การบังคับใช้โดยสมบูรณ์"

    Chhay Bora ที่ปรึกษาทางยุทธศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญกิจการรัฐบาล ชี้ว่าวาทกรรมด้านความมั่นคงครั้งใหม่ของไทย เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองภายในประเทศ มากกว่าที่จะเป็นความจำเป็นด้านการทหาร "ไทยกำลังเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองภายในอย่างร้ายแรง และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ส่งสารแข็งกร้าวในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติออกมาบ่อยครั้ง พวกผู้นำไทยและกองทัพไทยดูเหมือนส่งสารถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นภายใน และเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของพวกเขา ก่อนศึกเลือกตั้ง 2026"

    Bora ระบุต่อว่า "ถ้อยแถลงล่าสุดของนายอนุทิน ดูเหมือนมีแรงขับเคลื่อนจากสถานะทางการเมืองมากกว่าความจำเป็นด้านการทหาร ปั่นแต่งเรื่องขึ้นมาสร้างแรงกดดัน ควบคุมความคิด และระดมเสียงสนับสนุนของประชาชนในไทย"

    ส่วน Yang Peou นักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ อ้างว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายหลีกเลี่ยงริเริ่มความเป็นปรปักษ์มาตลอด "เราไม่เห็นกรณีที่กัมพูชาพยายามรุกรานหรือกระทำการก้าวร้าวกับไทย มีหลักฐานไหม ก่อนกัมพูชาใช้มาตรการป้องกันตนเอง กัมพูชาอดทนมานานกว่า 24 ชั่วโมง" เขากล่าวพร้อมเรียกร้องบรรดาชาติที่เป็นสักขีพยานปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ในนั้นรวมถึงสหรัฐฯและจีน ให้ดำเนินการกับไทยในทันที โทษฐานไม่ยึดมั่นในข้อตกลง

    (ที่มา:kampucheathmey)

    https://www.facebook.com/share/15xFBTfGZ6/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้แทนถาวรแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เสนอ 5 ประเด็น ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ดำเนินการต่อต้านการรุกรานของประเทศไทยที่มีต่อกัมพูชา

    แปล : วันที่ 11 ธันวาคม 2025 กระทรวงการต่างประเทศฯ และความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ของผู้แทนถาวรแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเสนอประเด็นสำคัญ 5 ประการ ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ “เรียกร้องให้กองทัพไทยยุติการรุกรานกัมพูชาโดยผิดกฎหมายโดยทันที”

    แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ฯพณฯ เคโอ เชีย ผู้แทนถาวรแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ส่งจดหมายถึง ฯพณฯ ซามูเอล ซโบการ์ ผู้แทนถาวรแห่งสาธารณรัฐสโลวีเนียประจำสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้ความสนใจและดำเนินการอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาดต่อการรุกรานด้วยอาวุธที่ไร้เหตุผล ไร้ความชอบธรรม และผิดกฎหมาย ซึ่งกองกำลังทหารไทยได้กระทำต่อราชอาณาจักรกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2025 เป็นต้นมา

    เมื่อพิจารณาถึงการละเมิดอย่างโจ่งแจ้งอย่างต่อเนื่องของกองทัพไทยต่อความคืบหน้าที่สำคัญซึ่งบรรลุได้จากการเจรจาทวิภาคีและการประสานงานระหว่างประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ที่เลวร้ายลงในพื้นที่ และความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก โดยอาศัยมาตรา 34 และ 35(1) ของกฎบัตรสหประชาชาติ และเคารพอำนาจของเลขาธิการสหประชาชาติภายใต้มาตรา 99 ผู้แทนถาวรของกัมพูชาจึงขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ดำเนินการห้ามาตรการดังต่อไปนี้

    1. ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการรุกรานโดยไม่มีเหตุจูงใจของกองทัพไทยต่อราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

    2. เรียกร้องให้กองทัพไทยยุติการโจมตีโดยทันที รวมถึงการยิงปืนใหญ่และปฏิบัติการเครื่องบินรบ ซึ่งละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา

    3. เรียกร้องให้กองทัพไทยยุติการรุกรานกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายโดยทันที ยุติความพยายามที่จะรุกรานหรือละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชาโดยใช้แผนที่ที่ร่างขึ้นฝ่ายเดียว และเคารพเส้นเขตแดนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและตราสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างเต็มที่

    4. เรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศทุกรูปแบบ รวมถึงการโจมตีพื้นที่พลเรือนและเป้าหมายพลเรือน และเคารพหลักการด้านมนุษยธรรม การกำหนดเป้าหมาย และความได้สัดส่วนอย่างเต็มที่ ตลอดจนเคารพอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชาอย่างเต็มที่

    5. ส่งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระของสหประชาชาติ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ สอบสวนการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของประเทศไทย และพิจารณาความรับผิดชอบของประเทศไทยต่อการเสียชีวิต การบาดเจ็บของพลเรือน และการทำลายทรัพย์สิน

    หลังจากเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การดำเนินการที่เด็ดขาดแล้ว ฯพณฯ เกียว เชีย ได้ย้ำอีกครั้งว่า “กัมพูชายังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการเจรจาอย่างสันติ วิธีการทางการทูต และการเคารวกฎหมายระหว่างประเทศ… และการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กัมพูชาไม่สามารถและไม่ควรอดทนต่อการรุกรานที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ”

    "กัมพูชาไม่ต้องการสงคราม กัมพูชาต้องการสันติภาพ"

    ส่วนในเอกสารกัมพูชาที่มีการยืน ได้ใช้มาตราส่วนดินแดน 1 : 200,000 และร้องขอให้นานาชาติกดดันไทยให้ไปขึ้นศาลโลก ICJ ให้ได้
    FB_IMG_1765464030440.jpg
    #ชายแดนไทยกัมพูชา
    #กัมพูชา #สหรัฐอเมริกา

    https://www.facebook.com/share/1AD5idnouW/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร รวมตัว 'พิธีบวงสรวงกลางดึก' ชาวบ้านสวดขอเทพคุ้มครองกองเรือ รุกคืนน้ำเชี่ยว หวังเพิ่มขวัญกำลังใจแนวหน้า!

    13 ธันวาคม 2568 เกิดความเคลื่อนไหวแปลกตาใน #กรุงพนมเปญ เมื่อคืนเวลา 23.20 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2025 เมื่อชาวกัมพูชาหลายสิบคนรวมตัวทำ #พิธีบวงสรวงกลางแจ้ง หลังมีรายงาน #การปะทะทางทะเล บริเวณน่านน้ำด้าน #จังหวัดตราดของไทย–กัมพูชา
    .
    พิธีดังกล่าวจัดขึ้นแบบเร่งด่วน มีการจุดธูปเทียน เครื่องบวงสรวง และการอ่านคำสวดขอพร “เพื่อกองทัพเรือ” โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมกำลังใจให้ทหารที่ถูกส่งลงพื้นที่ปะทะทางน้ำ ในค่ำคืนเดียวกัน
    .
    เนื้อหาสวดอธิษฐานที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ระบุว่า “คืนนี้พี่น้องชาวกัมพูชาเราส่งกองทัพเรือ เสบียงอาหาร และอาวุธจำนวนมหาศาลออกไปตามทางน้ำ ขอเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงพนมเปญจตุรมุขมงคล จงประทานพลังอำนาจให้ต้านทานศัตรูรุกรานได้ ทำให้ข้าศึกหวาดกลัวจนบ้านเมืองแตกสลายทิ้งสมรภูมิหนีกระเจิง และขอให้คุ้มครองเหล่านักรบกล้าของเราให้ปลอดภัย ขับไล่พวกสยามที่รุกรานแผ่นดินเขมรให้พ้นไปด้วยเถิด”
    .
    พิธีบวงสรวงครั้งนี้สะท้อนความกังวลของชาวบ้านต่อสถานการณ์ทะเลตราด ซึ่งยังคงตึงเครียดจากการยิงสนับสนุนด้วยปืนเรือและการโจมตีจากฝั่งนาวิกโยธินไทยเมื่อคืนก่อน บรรยากาศความตึงเครียดทำให้ความเชื่อและพิธีกรรมกลายเป็นที่พึ่งทางใจของชาวกัมพูชาในเวลานี้

    สถานการณ์ล่าสุดในแนวรบทะเลตราด
    - มีรายงานการยิงปะทะเป็นช่วง ๆ ใกล้พื้นที่บ้านสามหลัง
    - ฝ่ายไทยยังตรึงกำลังกองเรือและนาวิกโยธิน ระวังการเคลื่อนกำลังทางน้ำของกัมพูชา
    - ข่าวระบุว่ามีการเสริมเรือและเสบียงจากฝั่งเขมรจริง แต่ยังไม่มีสัญญาณการรุกใหญ่
    .
    .
    #กัมพูชายิงก่อน #ชายแดนไทยเขมร
    #สันติภาพไม่มีอยู่จริง
    #TruthFromThailand
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรสับปลับ #กัมพูชาตระบัดสัตย์
    #กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ
    #HunSenwarcriminal

    FB_IMG_1765586826932.jpg FB_IMG_1765586829385.jpg FB_IMG_1765586832129.jpg

    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19WeoviJ2v/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา วิ่งโร่ขอ 'รัสเซีย' ช่วยด้านมั่นคง 'มอสโก' รับฟังแต่ไม่ตอบรับ เมินคำขออาวุธ มองขาดเอี่ยวเกมสู้รบไทย-เขมร ไม่ได้ประโยชน์ใด โดยจีน จับตาภูมิรัฐศาสตร์นี้อยู่!

    ไทยทริบูน วิเคราะห์ 13 ธันวาคม 2568

    ท่ามกลางไฟความตึงเครียดชายแดน กัมพูชา เบนเข็มหวังพึ่ง #รัสเซีย ให้ช่วยค้ำอำนาจทหาร แต่สิ่งที่ได้กลับเป็น “ความเงียบสนิท” จากมอสโก ทำให้สมรภูมิการเมือง – การทูตในอาเซียน ไม่ลุกเป็นไฟไปมากกว่านี้ คำถามคือ
    ทำไมรัสเซียถึงเลือก “วางเฉย” และการนิ่งนี้สะเทือนกระดานอิทธิพลในภูมิภาคอย่างไร?
    .
    ข่าวการที่ #กรุงพนมเปญ ยอมเผยผ่านสื่อ RT ของรัสเซียว่า ได้ขอการช่วยเหลือด้านความมั่นคงผ่านเครมลิน กลายเป็นชนวนความตื่นตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ทันที เมื่อกระแสร้องขอนี้เผยต่อสาธารณะ แต่ผลกลับเป็นความ “เงียบ” ของมอสโก ที่ออกสื่อให้กัมพูชาพูดได้ แต่ไม่ให้คำมั่น จะส่งมอบอาวุธ หรือส่งทหารช่วยแต่อย่างใด
    .
    อะไรคือตรรกะเบื้องหลังการนิ่งนี้ และผลต่อกรอบความสัมพันธ์ในอาเซียน-เอเชียเป็นอย่างไร

    7 ธันวาคม 2568 เกิดการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ขึ้นระลอกสอง จนถึงวันนี้ อย่างต่อเนื่อง
    และมีข่าวว่า กัมพูชาประกาศขอ “ความช่วยเหลือด้านความมั่นคง” โดยโฆษกรัฐบาลเขมร ให้สัมภาษณ์กับสื่อ RT ข่าวจากกระแสกลายเป็นข้อเท็จจริง เมื่อมีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
    .
    มอสโก ตอบด้วยถ้อยคำ เรียกร้องสันติภาพ และ ให้ใช้ #อาเซียน เป็นทางออก โดยไม่ได้รับปาก หรือให้คำมั่นการสนับสนุนด้านอาวุธหรือบุคลากรทางทหาร แต่อย่างใด

    พร้อมกันนั้น เขมรไม่รู้ว่า รัสเซีย เพิ่งจัดฟอรั่มการลงทุน Russia–Thailand Investment Forum (RTIF 2025) ที่ภูเก็ต ประกาศแผนลงทุนรวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และผลักดันไทยเป็น “Gateway of ASEAN” ทางเศรษฐกิจ
    .
    **ทำไมรัสเซียเลือก “นิ่ง” เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่ซ่อนอยู่

    - นี่เป็นเพราะ รัสเซีย เลือกจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับไทยและอาเซียนโดยตรง
    - รัสเซียไม่ได้ต้องการเป็นฝ่ายที่ “ยกระดับ” ขัดแย้งให้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐที่เปิดเผยกับไทย เพราะถ้าส่งอาวุธหรือกำลังโดยตรง จะเปิดพื้นที่ให้ไทยตอบโต้อย่างชัดเจน และอาเซียนทั้งหมดอาจมองว่ามอสโกเป็นผู้สร้างสถานการณ์ใหม่
    .
    เมื่อประเมินความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และมาตรการระหว่างประเทศ
    #การส่งทหารรับจ้าง หรือ #อาวุธ ให้กัมพูชาในขณะที่ปะทะกับรัฐเพื่อนบ้าน อาจถูกมองว่าเป็นการยั่วยุ และทำให้รัสเซียต้องเผชิญการคว่ำบาตรหรือแรงกดดันจากประเทศตะวันตกมากขึ้น ขณะที่มอสโก กำลังตั้งลำทางเศรษฐกิจ ในภาวะทำ #สงครามยูเครน
    .
    มอสโกใช้ “ช่องทางการเมือง-สื่อ” เป็นเครื่องมือมากกว่า “กำลัง”
    การให้กัมพูชาออกสื่อกับ RT ทำให้มอสโกได้ประโยชน์สองทาง:
    1. สร้างความเคลื่อนไหวเชิงทูตที่เอื้อกับพันธมิตรย่อย และ
    2. เก็บความยืดหยุ่นไว้ในมือ กล่าวคือให้การสนับสนุนแบบไม่ผูกมัด (diplomatic cover) โดยยังไม่เปิดหน้าในเชิงปฏิบัติการ
    .
    **ใช้แนวทาง ‘คุมพื้นที่เศรษฐกิจ’ มากกว่า ‘คุมสนามรบ’
    จาก RTIF 2025 มอสโกกำลังผลักดันความสัมพันธ์เศรษฐกิจกับไทย การเป็น ‘Gateway of ASEAN’ และโครงการมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ช่วยให้รัสเซีย แลกเปลี่ยนอิทธิพลทางเศรษฐกิจกับความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงแบบมีเงื่อนไข แทนการส่งกองกำลังโดยตรงซึ่งมีต้นทุนสูง
    .
    **ขณะที่จีน ยังเลือกนิ่ง และความเงียบของอาเซียนมีความหมายอย่างไร
    #จีน แม้เป็นพันธมิตรแนบแน่นของกัมพูชา แต่ปักกิ่งอาจหลีกเลี่ยงการลงมือตรง ๆ เพราะไม่อยากเห็นความขัดแย้งเปิดหน้าในอาเซียน ที่อาจกระทบโครงการ Belt & Road หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่
    .
    อาเซียน ซึ่งพยายามรักษากลไกภายใน เช่น ข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ และหลีกเลี่ยงการนำเรื่องไปสู่ความขัดแย้งนอกภูมิภาค แต่การผลักดันให้ใช้เวทีอาเซียน บางครั้งช้าและถูกมองว่าไร้แรงกดดันเชิงปฏิบัติ
    .
    ผลลัพธ์คือ “ความเงียบ” ที่มีนัย ผู้เล่นใหญ่ไม่อยากให้สถานการณ์ยกระดับ แต่ก็ไม่พร้อมจะแบกรับต้นทุนการเข้ามาเกี่ยวพันเต็มรูปแบบ
    .
    เมื่อมอสโกไม่ให้คำมั่นชัด กัมพูชา ก็พบว่าตัวเองกลายเป็น “ลูกผสม” ของการแสวงหาอิทธิพลจากหลายฝ่าย (multi-vector diplomacy) เสี่ยงต่อการถูกทิ้งเมื่อเจรจาเศรษฐกิจ-การทหารไม่ลงตัว
    .
    การประกาศขอความช่วยเหลือผ่านสื่อรัสเซีย ช่วยเพิ่มน้ำหนักทางสื่อ แต่ไม่ได้แปลว่าได้กำลังสนับสนุนเชิงปฏิบัติ
    .
    สำหรับไทย ได้สัญญาณบวกจากมอสโกว่ามอสโกไม่ต้องการบันดาลความขัดแย้งแบบเปิด — แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะหายไปทันที

    ไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมศักยภาพป้องกันตนเอง (counter-drone, ข่าวกรอง การป้องกันโลจิสติกส์) และเร่งการทูตหลายแนว (สหรัฐฯ จีน อาเซียน และรัสเซีย) เพื่อไม่ให้ปัญหาถูกแปรเป็นเกมอิทธิพล
    .
    ทำไมรัสเซียต้องเล่น “สองหน้า”
    การให้กัมพูชาออกสื่อกับ RT เป็นการให้ “หน้าตา” ทางการทูตแก่พนมเปญโดยไม่ต้องผูกมัดด้วยข้อผูกพันทางทหาร
    .
    มอสโกยังคงประโยชน์จากการเป็น “ผู้มีอิทธิพล” ในภูมิภาคโดยไม่จ่ายต้นทุนสูง เช่น ส่งกำลังหรือเสี่ยงคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ/พันธมิตร
    .
    นี่คือรูปแบบการ “อำนาจแบบอ่อน (soft power + strategic ambiguity)” ที่มอสโกใช้อย่างสม่ำเสมอในหลายภูมิภาค
    .
    อันตรายที่ต้องจับตามอง (Risk Watchlist)
    การใช้ผู้เชี่ยวชาญ/ทหารรับจ้าง หากมีการใช้บุคคลที่สามควบคุมโดรน จะยากต่อการพิสูจน์และจะเพิ่มความเสี่ยงการ ‘พร็อกซี่’ สงคราม
    .
    สงครามข้อมูลและข่าวปลอม - ข้อมูลเท็จอาจใช้เพื่อชี้นำการประณามระหว่างประเทศหรือสร้างข้ออ้างเชิงยุทธศาสตร์
    .
    การเปลี่ยนสมการโลจิสติกส์ - ไทยตัดเส้นทางขนส่งหรือทำลายโครงสร้างพื้นฐานอาจทำให้การต่อสู้ยืดเยื้อ
    .
    แรงกดดันเศรษฐกิจ–การลงทุน หากความมั่นคงลุกลาม นักลงทุนระหว่างประเทศจะถอย ขณะที่มอสโกพยายามใช้ช่องทางเศรษฐกิจกับไทยเป็นกลยุทธ์หลอมรวม
    .
    ทางออกที่เป็นไปได้สำหรับภูมิภาค
    อาเซียนต้องยืนบนหลักการ ‘รวดเร็วและมีผล’: เปิดช่องไกล่เกลี่ยฉุกเฉิน ใช้แรงกดดันร่วมกันจากสมาชิกเพื่อบีบคู่กรณีให้ลดความรุนแรง
    .
    การที่กัมพูชาออกสื่อว่า “ขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย” แล้วมอสโกเลือกนิ่ง ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการทูตเชิงบุคคล แต่เป็นสัญญาณเชิงนโยบาย มอสโกอยากมีอิทธิพลโดยไม่ต้องจ่ายต้นทุนเต็มที่
    .
    ขณะที่ไทยต้องเตรียมรับมือทั้งในสนามและในโต๊ะเจรจาการทูต ถึงหูประชาคมโลกเพิ่มยิ่งขึ้น
    .
    .
    #กัมพูชายิงก่อน #ชายแดนไทยเขมร
    #สันติภาพไม่มีอยู่จริง
    #TruthFromThailand
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรสับปลับ #กัมพูชาตระบัดสัตย์
    #กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ
    #HunSenwarcriminal
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1JMzpr1rxW/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพความเสียหายจากทิ้งระเบิดสะพานข้ามห้วย Meteuk ស្ពាន ស្ទឹងមេទឹក ที่โพธิสัตว์ เส้นทางที่จะมาที่ด่านทมอดา

    เช้านี้มีรายงานว่ากองทัพอากาศได้ทิ้งระเบิดทำลายสะพานแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคม และแน่นอนทหารกัมพูชาหากจะต้องส่งทหารเข้ามายังบ้านสามหลัง ด่านทมอดา-ท่าเส้นรวมถึงบ้านชำรากของไทยต้องผ่านสะพานนี้ครับ

    การทำลายเส้นทางนี้จึงเป็นการตัดการขนส่งของทหารกัมพูชา

    ซึ่งจริงๆกองทัพเรือเคยประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าจะทำลายสะพานข้ามห้วย Meteuk แต่ก็เห็นเงียบไป มาเช้านี้ก็มีข่าวว่าเครื่องบินเข้าทิ้งระเบิดทำลายสะพาน

    สะพานข้ามห้วยมีสองสะพานนะครับสะพานเก่าสร้างด้วยตอม่อปูนรับน้ำกนักและมีโครงสร้างสะพานทำจากโครงเหล็ก

    ส่วนสะพานใหม่เป็นคอนกรีตทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันสะพานใหม่ถูกใช้งานเป็นหลัก

    จากการทิ้งระเบิดในช้วงเช้า โดยมีการทิ้งระเบิดทั้งสองสะพาน จากรูปพบว่าสะพานใหม่เสียหายหนึ่งสิ้นเชิงหนึ่งช่องจราจร ส่วนอีกช่องยังอยู่ แต่คาดว่าก็คงไม่สามารถใช้งานได้ หรือหากปัดกวาดเศษซากออก คนหรือยานพาหนะเล็กๆ สามารถข้ามได้ไหมต้องมารอดูกันต่อไปถ้าทางไทยไม่ทิ้งระเบิดซ้ำ (ซึ่งยังำม่พบภาพสภาพต่อมอสะพานจึงไม่สามารถบอกได้)

    ส่วนสะพานเก่า มีภาพโครงสร้างเหล็กสะพานยังอยู่แต่พื้นถนนเสียหาย ส่วนตัวคิดว่าถ้าซ่อมจริงๆคงไม่นานก็กลับมาใช้งานได้

    ทั้งสองสะพานยังไม่มีภาพตอม่อรับน้ำหนักนะครับ จึงวิเคราะห์ได้เท่าที่เห็น

    แต่ที่แน่ๆถ้าสะพานพัง เขมรต้องขนกำลังขึ้นมาตามเส้นทางถนนดินลูกรัง จากจังหวัดเกาะกง ซึ่งลำบากมาก
    FB_IMG_1765588251189.jpg FB_IMG_1765588254211.jpg FB_IMG_1765588257026.jpg FB_IMG_1765588259282.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1BST4H2Lkb/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘อนุทิน’ เผยผลหารือ ‘ทรัมป์’ ย้ำ ‘กัมพูชา’ เริ่มรุกรานก่อน-วางทุ่นระเบิดใหม่ ทำทหารไทยบาดเจ็บ-เสียชีวิต ไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เพื่อปกป้องประชาชน-อธิปไตย หากให้ ‘หยุดยิง’ ต้องไปบอกเขมร ต้องประกาศให้โลกรู้ คนที่ต้องแก้ไข คือคนที่ละเมิด ไม่ใช่คนถูกกระทำ

    วันที่ 12 ธ.ค.68 เวลา 22.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ห้องโดมทอง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

    นายอนุทิน แถลงว่า การพูดคุยครั้งนี้ มีรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย และรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ร่วมรับฟัง รวมทั้งฝ่ายไทยยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมรับฟัง การพูดคุยเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความเป็นห่วงสถานการณ์ และอยากให้ทุกอย่างกลับไปยังจุดที่เคยเป็น คือ ‘ปฏิญญาร่วมมาเลเซีย’ ซึ่งตนได้ยืนยันกลับไปว่า ประเทศไทยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อยู่ในปฏิญญาฯ มาตลอด ไม่เคยออกนอกเงื่อนไขแม้แต่น้อย แต่ฝ่ายกัมพูชา เป็นผู้ละเมิด เมื่อมีการละเมิด หากละเมิดด้วยการปฏิบัติล่าช้า เช่น ไม่ถอนกำลังออกไป เราก็จะคุยกันให้ปฏิบัติตามกรอบ แต่เมื่อมีการละเมิดที่ทำให้ฝ่ายไทยต้องสูญเสียอวัยวะ ชีวิต และทรัพย์สินเช่นนี้ ประเทศไทยก็มีความจำเป็นต้องตอบโต้ ต้องป้องกันอธิปไตยของเรา ป้องกันดินแดนของเรา ป้องกันทรัพย์สินของคนไทย และที่ต้องดำเนินการอย่างสูงสุด คือ ป้องกันชีวิตประชาชน นี่คือเหตุผลที่ต้องอธิบายให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ฟัง เพื่อให้เข้าใจว่า เราไม่ได้เป็นฝ่ายจู่โจมหรือรุกรานประเทศกัมพูชาก่อน

    “เราไม่ใช่ประเทศที่คุณอยากจะทำอะไร คุณก็มาทำได้ นี่คือสิ่งที่ผมได้บอกกับผู้สื่อข่าวไปแล้ว ผมเชื่อว่า คนที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญา อย่างเรากับกัมพูชา ถ้าหากใครพูดกับใคร เขาก็คงใช้ข้อมูลฝ่ายเดียวไม่ได้ เขาก็ต้องมาฟังข้อมูลจากฝ่ายไทย ซึ่งเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำก่อน”

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สอบถามเรื่องประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า เรื่องของประเทศไทย ทำไมต้องเอาเรื่องการเลือกตั้งไปเกี่ยวกับเรื่องของการอธิปไตยหรือป้องกันประเทศ ตอนนี้ต้องพูดถึงเรื่องการทำอย่างไร ไม่ให้พี่น้องทหารและประชาชนต้องได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตจากการรุกราน จากการยิงกระสุน ยิงระเบิดเข้ามาจากฝั่งกัมพูชา วันนี้เรื่องการเมืองหรือการเลือกตั้ง ไม่มีความสำคัญอะไรกับตนเลยแม้แต่น้อย เท่ากับชีวิตคนๆ หนึ่งที่อยู่ตามแนวชายแดนที่เป็นคนไทย

    เมื่อถามว่า หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับฟังแล้ว มีปฏิกิริยาอย่างไร นายอนุทิน บอกว่า ท่านก็เข้าใจ และยังบอกอีกว่า ถ้ามีเรื่องแบบนี้ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อสายตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ตลอดเวลา และท่านบอกว่า มีอะไรให้ตนโทรหาท่านได้ตลอดเวลา แต่ยังไม่ได้บอกเบอร์มา ตนจึงเรียนไปว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เชื่อว่าไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และรัฐมนตรีต่างประเทศของเรา ก็พูดคุยกับสหรัฐฯ ในหลายระดับเป็นประจำอยู่แล้ว

    เมื่อถามว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ได้กดดันให้หยุดยิงใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “เขาก็อยากให้หยุดยิง ผมก็บอกท่านไปว่า ขอให้ไปบอกเพื่อนเราดีกว่า ว่าอย่าบอกว่าหยุดยิงเฉยๆ ต้องออกมาบอกให้โลกรู้ว่า กัมพูชาจะหยุดยิง กัมพูชาจะถอนกำลังออกไป กัมพูชาจะเก็บกู้วัตถุระเบิดที่วางเอาไว้ออกไปให้หมด แล้วทำให้เห็น ประเทศไทยเราอยู่เฉยๆ ไม่เคยอยากจะเข้าไปได้อะไรของเขาอยู่แล้ว ไม่มี แต่เขาต้องหยุดทุกอย่างก่อน

    นี่เป็นสิ่งที่ทางกองทัพรายงานมาตลอด ว่ามันจะถึงจุดนี้ เมื่อวันที่เราเก็บกู้วัตถุระเบิดภายใต้ปฏิญญาฯ ไปถึงจุดหนึ่งที่เราจะเจอเยอะมาก แล้วเขาจะไม่ยอมให้เราเข้าไป เราก็เก็บมา 2-3 อาทิตย์ ผู้สื่อข่าวก็เห็น มี AOT ซึ่งเป็นสักขีพยานของนานาชาติจากอาเซียนเข้ามาร่วมกับเรา และวัตถุระเบิดที่เราไปเก็บกู้มา หรือกับระเบิดที่ทำให้น้องๆ ทหารของเราต้องบาดเจ็บ เสียชีวิตไป ก็ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นระเบิดใหม่เพิ่งวาง ก็มีความชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้วว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ละเมิดสัญญา เพราะฉะนั้นคนที่ละเมิดสัญญาต้องแก้ไข ไม่ใช่คนที่ต้องถูกกระทำมาแก้ไข หลักสากลที่ทุกคนต้องเข้าใจ”

    ส่วนที่กัมพูชาก็จะมองว่าพื้นที่ที่เขายึดอยู่ เป็นพื้นที่ของกัมพูชา และจะไม่ยอมถอยออกไป นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงแม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นของฝ่ายกัมพูชา แต่ภายใต้ Joint Declaration มีการระบุว่า ต้องร่วมกันปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่เป็นอันตรายด้วยหลักมนุษยธรรม

    ด้านนายสีหศักดิ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พื้นที่ที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าเป็นพื้นที่ของเขา นั่นคือการกล่าวอ้าง และพื้นที่นี้ ควรจะต้องมีการปฏิบัติการร่วมกัน

    สำหรับพื้นที่ตาควายที่ฝ่ายกัมพูชาจะไม่ยอมถอยนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ในรายละเอียดทางกองทัพเรื่องไปยึดจุดไหน เป้าหมายของกองทัพเป็นอย่างไร ตนเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ เขามีแผน มีการดำเนินการของเขา ในส่วนของฝ่ายยุทธการ ก็มีการแถลงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เรา 3 คน ดูในเรื่องของนโยบาย เรื่องการหาวิธีว่าจะทำอย่างไร ถ้าเราทำให้สถานการณ์มันดีขึ้นได้ และประเทศเราได้ประโยชน์

    “ผมก็ไม่ใช่ว่าจะต้องรบลูกเดียว ไม่มีใครอยากรบ ไม่มีใครอยากเห็นการเสียชีวิต ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ แต่ว่าอธิปไตย ดินแดนของไทย ประชาชนคนไทย ถ้าผมเป็นนายกฯ อยู่ จะมาถูกกลั่นแกล้ง จะมาถูกละเมิด จะมาถูกลอบยิง เพราะผู้บริหารประเทศมีความขัดแย้งกัน ประชาชนตรงนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไร เพราะฉะนั้นผมก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน”

    ส่วนเรื่องการเจรจาภาษีสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่าจะตัดออก รับรองจะให้ประเทศไทยได้ดีกว่าประเทศอื่น วันนั้นลืมสั่งไปเพราะงานเยอะ เราก็ทำหน้าที่ของเรา ถึงเวลาเมื่อนางศุภจีไปเจรจา สิ่งที่เราได้พูดไว้ก็จะต้องถูกยกขึ้นมา ท่านไม่ลืมแน่นอนเที่ยวนี้ เพราะเป็นการพูดกันครั้งที่ 2 แล้ว เป็นแนวโน้มที่ดี ท่านเป็นคนถามขึ้นมาเอง ก็บอกไปว่า ยังไม่ไปไหนเลย รอประธานาธิบดีลดภาษีให้เพิ่มมากขึ้นอยู่ “ท่านก็บอกว่าโทษที ใช่ๆ จำได้ ลืมไป ยุ่งมากเลย เดี๋ยวจะดำเนินการ” แล้วท่านก็ไม่ได้มากดดัน ไม่ได้มีท่าทีจะเอามาผูกกัน ก็ต้องให้นางศุภจีไปอ้อนให้เยอะๆ

    เมื่อถามว่า การพูดคุยครั้งนี้จะไปสิ้นสุดที่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องความขัดแย้งมันเป็นเรื่องของ 2 ประเทศ สิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซียต้องการให้ไม่เกิดความสูญเสียชีวิต ซึ่งเป็นจุดเดียวกับพวกเรา ที่ไม่มีใครอยากเห็นความขัดแย้ง

    ส่วนเรื่องกรอบเวลาการสู้รบ มีการพูดคุยหรือไม่ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คุย เรื่องความขัดแย้งเป็นเรื่องของสองประเทศ กองทัพ และทหารชายแดนก็ปฎิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ก็มีเวลา และขอเรียนว่า นี่คือการสู้รบ เวลาแข่งขันอะไรกับใคร สามารถบอกได้ว่าเรากำลังทำอะไร แต่การสู้รบ เราไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำอะไร ทุกคนต้องดำเนินการ สิ่งที่ยืนยันได้#คือ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายไทย กฎหมายสากล ไม่มีการละเมิดจากฝ่ายไทยแน่นอน สิ่งที่ประเทศไทยสามารถพูดกับผู้นำทุกประเทศได้ เพราะประเทศไทยเราไม่เคยละเมิดสัญญาที่เราเคยลงไว้ และก็ไม่เคยรุกรานดินแดนของเพื่อนบ้าน

    เมื่อถามว่า ทหารยังพอมีเวลาเพียงพอในการยึดพื้นที่คืนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า วันนี้ได้ประชุมหารือร่วมกับ ผบ.ทุกเหล่าทัพ และปลัดกระทรวงกลาโหมด้วย ทุกท่านมีความมั่นใจ มีความชัดเจน และเราต่างยืนยันถึงการสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน

    เมื่อถามว่า ทำไมทรัมป์ถึงเลือกที่จะคุยกับฝ่ายไทยก่อนคุยกับกัมพูชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนคิดว่าเขาได้คุยกับทางกัมพูชามาก่อนแล้ว เพราะดูท่าทางแล้วไม่ได้คุยกับฝ่ายไทยก่อน ซึ่งเขาได้ข้อมูลผิด ๆ มา ว่าเราเป็นคนรุกราน เพราะเราใช้กำลังทางอากาศ ก็เลยดูเหมือนว่า เราเป็นฝ่ายรุกราน เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ใช้ ซึ่งเรายืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายรุกราน แต่เป็นการตอบโต้

    เมื่อถามว่าบรรยากาศการคุย ท่าทีของสหรัฐฯ เชื่อไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศอธิปไตย เขาต้องเชื่อเรา ผมไม่ได้พูดในฐานะนายอนุทิน แต่พูดในฐานะรัฐบาลไทย คำพูดของรัฐบาลไทยต้องได้รับความน่าเชื่อถือจากนานาชาติ ไม่เช่นนั้นเราจะยืนอยู่บนแผนที่โลกไม่ได้”

    จากนั้น นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

    https://www.facebook.com/share/1BzJTCm6T7/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต แห่ง #กัมพูชา เสนอวันนี้ (13 ธ.ค.) ให้มีการใช้ #ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อตรวจสอบอย่างอิสระว่า ฝ่ายใดกันแน่ที่เริ่มต้นการปะทะซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ขณะที่การสู้รบชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาย่างเข้าวันที่ 7
    .
    ฮุน มาเนต กล่าวว่า เขาได้หยิบยกข้อเสนอนี้ขึ้นมาหารือระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 และ 12 ธ.ค. รวมถึงกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาด้วย
    .
    นายกฯ กัมพูชา ระบุว่า เขียนว่า “เกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงกันในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธ.ค. 2025 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสู้รบรอบใหม่ระหว่างสองประเทศ ผมได้เสนอแนะต่อผู้นำทั้งสองว่า กองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียสามารถใช้ขีดความสามารถในการรวบรวมข้อมูล รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ในช่วงเวลานั้นและภายใน 24 ชั่วโมงถัดมา เพื่อตรวจสอบว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน”
    .
    เขายังกล่าวขอบคุณผู้นำทั้งสองสำหรับควาใพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมทั้งย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ตามปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์
    .
    “นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและโปร่งใสที่สุดในการตรวจสอบเหตุการณ์ กัมพูชาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในทุกวิถีทางที่จำเป็น” เขากล่าวเสริม
    .
    คำแถลงของ ฮุน มาเนต มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดี ทรัมป์ ประกาศว่าผู้นำของกัมพูชาและไทยได้ตกลงที่จะยุติการสู้รบ และกลับคืนสู่ข้อตกลงสันติภาพ
    .
    “พวกเขาตกลงที่จะยุติการยิงทั้งหมดโดยมีผลตั้งแต่เย็นนี้เป็นต้นไป และกลับไปสู่ข้อตกลงสันติภาพเดิมที่ทำไว้ระหว่างพวกเขาและผม โดยได้รับความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม” ทรัมป์เขียนไว้ในบัญชี Truth Social
    .
    ทรัมป์ ยังกล่าวถึงการปะทะกันตามแนวชายแดนว่าเป็น “การปะทุขึ้นอีกครั้งที่น่าเศร้าของสงครามที่ยืดเยื้อมานาน”
    .
    แม้จะมีคำประกาศดังกล่าว ทว่าการสู้รบก็ยังคงดำเนินต่อไป โดยการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหม่ระหว่างกัมพูชาและไทยยืดเยื้อเข้าสู่วันที่เจ็ดแล้วในวันที่ 13 ธ.ค. โดยมีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน และบาดเจ็บมากกว่า 70 คน การสู้รบดังกล่าวทำให้ประชาชนกว่า 270,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
    .
    เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. กระทรวงกลาโหมของกัมพูชารายงานว่า กองกำลังไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำทำการโจมตีทางอากาศ โดยทิ้งระเบิดรวม 7 ลูก ในหลายจุด รวมถึงระเบิดทำลายสะพานจึยจุมเนี้ยะ (Chey Chamnas Bridge)
    .
    ที่มา: Cambodianess

    https://www.facebook.com/share/p/1Bga8NrGGd/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพภาคที่ 2 เจอสมุดบันทึกของทหารกัมพูชา หลังเข้ายึดพื้นที่ โดยในสมุดเล่มนี้ บันทึกพิกัดการวางทุ่นระเบิด และวาดแผนผังการวางทุนระเบิดกว่า 36 ทุน #Ch7HDNews

    https://www.facebook.com/share/17huvxAYNq/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: กัมพูชายิงจรวด BM-21 ลงหมู่บ้านกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านเจ็บ 4 รายหน้าบังเกอร์ ทบ. ประณามจงใจโจมตีพลเรือน
    .
    วันนี้ (13 ธันวาคม) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพบก ได้รับรายงานด่วนจาก กองทัพภาคที่ 2 ถึงสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่าฝ่ายกัมพูชาได้ทำการยิงอาวุธจรวดหลายลำกล้องแบบ BM-21 เข้ามาตกในเขตที่อยู่อาศัยของพลเรือน บริเวณด้านหน้าบังเกอร์หลบภัย ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
    .
    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ประชาชนในพื้นที่ได้ยินเสียงสัญญาณแจ้งเตือนและกำลังวิ่งเข้าหาที่กำบัง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดจำนวน 4 ราย โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและสาธารณสุขได้เร่งเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลทันที
    .
    กองทัพบก ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของทหารกัมพูชาอย่างรุนแรงต่อเวทีประชาคมระหว่างประเทศ โดยระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงเจตนาในการใช้อาวุธสงครามโจมตีเข้าใส่พื้นที่ของพลเรือน ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหาร
    .
    "การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกองทัพบกจะไม่เพิกเฉยต่อภัยคุกคามนี้"
    .
    อ้างอิง : ทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team
    .
    #TheStandardNews
    https://www.facebook.com/share/p/1CkYjxLjHn/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    **ฮุน มาเนต กับเครือข่ายเวสต์พอยต์ 1999 : อำนาจหลังฉากสหรัฐฯ ที่ไทยต้องอ่านให้ออก**
    .
    ท่ามกลางความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาที่ยังไม่ยุติ การออกมาโพสต์ของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 12 ธ.ค. 2568 ว่าไทย–กัมพูชา “ยุติการยิงทั้งหมด” และระบุว่ากรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดเป็นเพียง “อุบัติเหตุ” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ใช่เพราะสถานการณ์คลี่คลาย แต่เพราะสะท้อนช่องว่างการรับรู้ระหว่าง *วอชิงตัน* กับ *กรุงเทพฯ* อย่างชัดเจน
    .
    ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่า **ยังไม่มีการหยุดยิงจริง** และเหตุทุ่นระเบิดไม่ใช่อุบัติเหตุ คำถามใหญ่จึงเกิดขึ้นทันที
    เหตุใดผู้นำสหรัฐฯ จึงสื่อสารในลักษณะที่ลดทอนความรุนแรง และทำให้กัมพูชาดูเป็น “ฝ่ายพร้อมสันติภาพ”
    .
    คำตอบหนึ่งอยู่ที่ **เครือข่ายเวสต์พอยต์ รุ่นปี 1999**
    รุ่นเดียวกับ **ฮุน มาเนต** นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเชื่อมโยงเขาเข้ากับนายทหารระดับสูง ผู้กำหนดนโยบาย และชนชั้นนำสหรัฐฯ ในกองทัพ อุตสาหกรรมกลาโหม และภาคธุรกิจ
    .
    รุ่นปี 1999 คือกลุ่มนายทหารอเมริกันที่ผ่านสงครามจริง และกำลังก้าวขึ้นสู่จุดยุทธศาสตร์ของโครงสร้างอำนาจสหรัฐฯ ตั้งแต่กองบัญชาการอวกาศ–ป้องกันขีปนาวุธ ไปจนถึง Army Futures Command และโลกทุนวอลล์สตรีท
    .
    นี่ไม่ใช่เครือข่ายทางการทูตแบบรัฐต่อรัฐ แต่คือเครือข่ายที่ทำงานผ่าน
    *ความคุ้นเคย เพื่อนร่วมรุ่น และกรอบคิดแบบเวสต์พอยต์*
    ซึ่งสามารถกำหนด “เรื่องเล่า” บนเวทีโลกได้ แม้ความจริงในภาคสนามจะยังแตกต่าง
    .
    สำหรับไทย นี่จึงไม่ใช่แค่ประเด็นหยุดยิง
    แต่คือโจทย์ใหญ่ในการอ่านเกมอำนาจสหรัฐฯ ว่า
    **ใครคือคนหลังฉาก และสหรัฐฯ กำลังมองภูมิภาคนี้ผ่านเลนส์ใด**
    .
    อ่านเชิงลึกฉบับเต็มได้ที่ *ฐานเศรษฐกิจ*
    #ฮุนมาเนต #WestPoint1999 #ไทยกัมพูชา #ภูมิรัฐศาสตร์ #สหรัฐฯ #ฐานเศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/1CHtg5SUdj/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปฏิบัติการผสาน 3 เหล่าทัพ 'สกัดโดรนกามิกาเซ่ชายแดน' ตัดศูนย์บัญชาการ เส้นทางหนุนกัมพูชา "ยึดเนิน 677" คืนมาได้!

    13 ธันวาคม 2568 ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชายกระดับ กองทัพไทยเปิดปฏิบัติการเชิงรุกแบบบูรณาการ 3 เหล่าทัพ มุ่ง "ลดขีดความสามารถด้านอาวุธและโดรนโจมตีของฝ่ายกัมพูชา" โดยเฉพาะ #เครือข่ายโดรนพลีชีพ และ #ศูนย์บัญชาการที่ถูกใช้โจมตีทหารไทย อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
    .
    #กองทัพภาคที่2 เผยว่า จากการข่าวและการตรวจจับสัญญาณ พบรูปแบบ #การใช้โดรนโจมตีที่ซับซ้อนขึ้น โดยมีการ #ว่าจ้างชาวต่างชาติควบคุมโดรนFPVติดอาวุธ ขณะที่ #ทหารกัมพูชาทำหน้าที่ชี้เป้าภาคพื้นดิน "โดรนบางลำใช้ระบบบังคับด้วยสายไฟเบอร์ออปติก" #บินได้นานและยากต่อการรบกวนสัญญาณ มีโดรนสังเกตการณ์นำหน้า ก่อนเข้าทำลายเป้าหมายบริเวณแนวป้องกันและบังเกอร์ของฝ่ายไทย
    .
    ข้อมูลภาคสนาม ยังระบุถึงการตรวจพบการสื่อสารทางทหาร และความเคลื่อนไหวของยานพาหนะหลังการโจมตี สอดคล้องกับหลักฐานการปฏิบัติการแบบ “#ยิงแล้วถอย” โดย #ใช้พื้นที่ชุมชนเป็นที่กำบัง เพื่อลดการถูกตอบโต้
    .
    4 วันของการปะทะ ล่าสุด เครื่องบิน F-16 และ #Gripen เข้าโจมตีทำลายกาสิโนกัมพูชาไปแล้วหลายแห่ง เช่น ที่ #ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ที่ #ช่องจอม จ.สุรินทร์ บริเวณ #ด่านโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย ที่ตั้งบ่อนกาสิโนของ “#ลียงพัด” ถูกทางการไทยยึด และอายัดทรัพย์สิน และเครือข่าย รวมมูลค่ากว่า 400 ล้าน พัวพันสแกมเมอร์
    .
    มีรายงานว่า พื้นที่ด้านหลังกาสิโนแห่งนี้มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่จำนวนหลายอาคาร เป็นทั้งห้องพัก และสำนักงาน ดำเนินการแล้วเกือบ 100% เพื่อ #รองรับการย้ายฐานคอลเซนเตอร์ และ #สแกมเมอร์จากปอยเปต และ #ชเวโก๊กโก่ ใน #เมียนมา
    .
    จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บริเวณจุ๊บโกกี อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย เป็นฐานบัญชาการปล่อยโดรนพลีชีพ คลังเก็บอาวุธหนัก จุดเติมเชื้อเพลิงรถยิงจรวด BM-21
    .
    พื้นที่กําลังบูรพา กองทัพภาค 1 ได้ใช้ #รถถังOplot จาก #ยูเครน ยิงใส่กาสิโนกัมพูชา อยู่ตรงข้ามด่าน #บ้านตาพระยา จ.สระแก้ว ใช้เป็นสถานที่ตั้งฐานบัญชาการยิงอาวุธวิถีโค้ง ป้อมปืนกล และสะสมอาวุธของฝ่ายกัมพูชาโจมตีใส่พลเรือน และทหารไทย

    ในส่วนของทหารเรือ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด(กป.จต.)ทหารนาวิกโยธิน ยิงปืนใหญ่ และใช้โดรนติดอาวุธ ทำลายกาสิโน ที่บ้านทมอดา ท่าเส้น จ.ตราด

    สำหรับจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ปัจจุบันสัญญาณเรดาร์จับความเคลื่อนไหว 52 คัน โดยทหาร ทหารกัมพูชา ใช้วิธียิงโจมตีเสร็จ ถอยออกไปประมาณ 10 กม. หรือ วิ่งเข้าแหล่งชุมชน บ้านประชาชน หลบเลี่ยงปืนใหญ่ของไทย และจะกลับเข้ามายิงใหม่
    .
    กองทัพประเมินว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฝั่งกัมพูชาช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมู่บ้าน ถนน และอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ตามแนวชายแดน ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางทหารในสถานการณ์ปัจจุบัน ควบคู่การเสริมกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ รวมถึง #อาวุธนอกระบบ เช่น #โดรนพลีชีพ และการ #ลอบวางทุ่นระเบิด ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียต่อกำลังพลไทย
    .
    รายงานยังชี้ว่า อาคารบางแห่งใน #พื้นที่บ่อน และ #กาสิโน ถูกดัดแปลงเป็น #ศูนย์บัญชาการโดรน #คลังอาวุธ และจุดสนับสนุนการยิง เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเรือน
    .
    ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ระบุว่า #กองทัพอากาศ ได้สนับสนุนปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังภาคพื้นดินและทางทะเล โจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ ศูนย์ควบคุมโดรน คลังอาวุธ และฐานสนับสนุน เพื่อ #จำกัดความสามารถในการใช้โดรนกามิกาเซ่ ของฝ่ายตรงข้าม การปฏิบัติการเป็นไปตามแผนเป็นขั้นตอนและสอดประสานกันทุกเหล่าทัพ
    .
    ตลอด 4 วันของการปะทะ มีรายงานการใช้กำลังทางอากาศและภาคพื้นดินต่อเป้าหมายทางทหารหลายจุดในพื้นที่ชายแดนตะวันออกและอีสานใต้ ขณะที่กองทัพเรือและหน่วยป้องกันชายแดนชายฝั่งตะวันออกสนับสนุนการปิดกั้นฐานยิงและคลังอาวุธในพื้นที่รับผิดชอบ
    .
    อัปเดตสถานการณ์
    การเฝ้าตรวจจับความเคลื่อนไหวของจรวดหลายลำกล้องและโดรนยังดำเนินต่อเนื่อง กองทัพไทยเพิ่มมาตรการป้องกันฐานที่ตั้งและกำลังพล ปฏิบัติการทั้งหมดมุ่ง ลดภัยคุกคามระยะยาวต่อความมั่นคง และปกป้องประชาชนตามแนวชายแดน
    .
    ศูนย์แถลงข่าวร่วม ระบุว่า ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาสิ้นสุดปฏิบัติการได้ เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกและการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม แต่ยืนยันว่าทุกเป้าหมายถูกวางแผนไว้แล้ว และการดำเนินการจะคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ.
    .
    .
    #กัมพูชายิงก่อน #ชายแดนไทยเขมร
    #สันติภาพไม่มีอยู่จริง
    #TruthFromThailand
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรสับปลับ #กัมพูชาตระบัดสัตย์
    #กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ
    #HunSenwarcriminal
    FB_IMG_1765608142016.jpg FB_IMG_1765608144228.jpg FB_IMG_1765608146258.jpg
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/17jXKQEQKr/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #เรื่องยุทธวิธีของนักรบรับจ้าง ที่มีรูปแบบคล้ายกับที่ใช้ในสงครามรัสเซีย - ยูเครน

    FB_IMG_1765608659799.jpg FB_IMG_1765608662427.jpg

    โดรนบริบทความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา และบทเรียนจากสงครามยูเครน - รัสเซีย

    ️ การพัฒนาสงครามสมัยใหม่ทำให้โดรนกลายเป็นอาวุธที่เปลี่ยนรูปแบบการรบอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ " โดรน FPV แบบพุ่งชน " ที่ใช้ในสงครามยูเครน–รัสเซีย ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญที่หลายประเทศนำไปประยุกต์ใช้ รวมถึงกัมพูชาในเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทยในช่วงที่ผ่านมา การวิเคราะห์รูปแบบโครงสร้าง อุปกรณ์ และภูมิยุทธศาสตร์จากซากโดรนที่ยึดได้ในพื้นที่ไทย ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของแนวคิดทางยุทธวิธี และสาเหตุที่กัมพูชาสามารถใช้โดรนได้ แม้ไม่มีประวัติการฝึกมาก่อนอย่างชัดเจน

    " โดรน FPV " ในสงครามยูเครน–รัสเซียเป็นตัวอย่างของอาวุธต้นทุนต่ำที่สร้างผลทำลายสูง โครงสร้างหลักประกอบด้วยเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ มอเตอร์ 4 ตัว และกล้อง FPV ที่เชื่อมต่อแว่นควบคุมแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ควบคุมสามารถนำโดรนพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความแม่นยำสูงมาก ขณะเดียวกันยังมีการติดหัวรบขนาดเล็กหรือดัดแปลงจากกระสุนปืนใหญ่ ปืนกล หรือหัวรบ RPG ด้วยต้นทุนต่ำแต่มีผลทางยุทธวิธีสูง การผลิตจำนวนมากแบบโรงงานภาคสนาม ทำให้กองกำลังยูเครนและรัสเซียสามารถใช้โดรนเป็นหมู่โจมตีแนวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นเหตุการณ์ที่ถูกนำไปศึกษาและเลียนแบบทั่วโลก

    เมื่อเปรียบเทียบกับซากโดรนที่ทหารไทยยึดได้ในพื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า พบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับโดรน FPV ที่ใช้ในสงครามยูเครน–รัสเซียอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเฟรมขนาด 5 นิ้ว , แบตเตอรี่ LiPo พร้อมหัวต่อ XT60, โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ และรูปแบบการติดหัวรบด้วยสายรัดและเคเบิลไทร์ รวมทั้งชิ้นส่วนภายในที่บ่งชี้ว่าเป็นโดรนพุ่งชน ไม่ใช่โดรนลาดตระเวน การตรวจจับสัญญาณยังพบการเข้ามาจากทิศทางกัมพูชาในห้วงเวลาเดียวกับการปะทะ ทำให้ยืนยันได้ว่าการโจมตีดังกล่าวมีแบบแผนและถูกควบคุมโดยผู้ที่มีความรู้ในระบบ FPV อย่างจริงจัง

    การนำโดรนทั้งระบบจากสมรภูมิยุโรปตะวันออกมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งและการควบคุมยุทโธปกรณ์ระหว่างประเทศ สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าคือการนำความรู้ เทคนิค บุคลากร และต้นแบบการประกอบเข้ามาเผยแพร่ให้กัมพูชา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบทั่วไปในสงครามพร็อกซีในศตวรรษที่ 21 ความรู้ด้านการประกอบโดรน FPV และการฝึกนักบินสามารถถ่ายทอดได้รวดเร็ว และผู้เชี่ยวชาญสามารถเดินทางเข้าประเทศภายใต้สถานะพลเรือน เช่น นักกีฬาโดรน ช่างเทคนิค หรือที่ปรึกษาเอกชน พร้อมนำอุปกรณ์ควบคุมที่พกพาง่ายเข้ามาด้วยโดยไม่สะดุดสายตา หนึ่งในหลักฐานที่สนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้คือการพบคำสั่งเสียงภาษาอังกฤษ เช่นคำว่า “finished” ซึ่งไม่ใช่ภาษาที่ทหารกัมพูชาใช้ตามปกติ แต่เป็นสำนวนที่พบในการสื่อสารของนักบิน FPV ในสงครามยูเครน–รัสเซีย

    ความแม่นยำในการโจมตี จุดเลือกพื้นที่ และพฤติกรรมการบินล้วนสะท้อนว่าผู้ควบคุมโดรนมีประสบการณ์มาก่อน และไม่ใช่กำลังพลกัมพูชาที่เพิ่งฝึกใช้โดรนเป็นครั้งแรก ความสามารถเช่นนี้ต้องอาศัยการฝึกระดับสูง และเป็นไปได้ว่าเกิดจากการสนับสนุนของบุคคลภายนอกประเทศหรือที่ผ่านสมรภูมิจริงมาแล้ว

    จุดเด่นอีกข้อของโดรนที่กัมพูชาใช้คือ ระบบควบคุมผ่านสายไฟเบอร์ออปติก ซึ่งไม่สามารถถูกรบกวนสัญญาณด้วยระบบ jammer ของฝ่ายไทย การใช้สายควบคุมทำให้การสั่งการมีเสถียรภาพสูงในพื้นที่ภูเขา แต่ต้องใช้ทักษะสูงมากในการปฏิบัติการ แสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมการและการฝึกที่เป็นระบบ ไม่ใช่ความสามารถระดับพื้นฐานของทหารกัมพูชาในอดีต

    สำหรับการเลือกพื้นที่โจมตี เช่น ช่องบกและช่องอานม้า เป็นผลจากการประเมินภูมิยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน จุดสูงของกัมพูชา เช่น เนิน 745 เปิดมุมมองกว้างเหนือพื้นที่ของไทย ทำให้ใช้เป็นฐานปล่อยโดรนได้อย่างปลอดภัยและมีความได้เปรียบ โดรนที่บินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำควบคุมง่ายกว่า อีกทั้งลักษณะภูมิประเทศที่มีหุบเขา ร่องน้ำ และป่าทึบยังช่วยอำพรางสายไฟเบอร์ออปติก ทำให้ฝ่ายไทยตรวจจับได้ยาก การเลือกพื้นที่เช่นนี้จึงสะท้อนความเข้าใจลึกซึ้งของกัมพูชาเกี่ยวกับภูมิประเทศและลักษณะการรบด้วยโดรนสมัยใหม่

    ผลกระทบต่อการรบของฝ่ายไทยจึงมีหลายด้าน ทั้งความเสียเปรียบทางภูมิประเทศ อุปกรณ์ jammer ที่ไม่สามารถใช้ได้กับโดรนแบบใช้สาย และแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เกิดจากการโจมตีที่มองไม่เห็นแหล่งต้นทาง ทำให้ต้องปรับยุทธวิธีการตั้งรับใหม่ทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาระบบตรวจจับ การยิงสกัด และการจัดกำลังในพื้นที่ให้เหมาะสมขึ้น

    จากการประเมินทั้งหมดนี้สามารถสรุปได้ว่า กัมพูชาไม่ได้มีความเหนือกว่าไทยในด้านเทคโนโลยีทางทหาร แต่ได้เปรียบจาก " การเลือกพื้นที่โจมตีที่เหมาะสม + การนำเทคนิคและน่าจะมีการบุคลากรจากสงครามยูเครน–รัสเซียมาใช้จริง " ทำให้โดรนของกัมพูชามีประสิทธิภาพสูงกว่าที่คาดการ และเป็นบทเรียนสำคัญที่ไทยต้องนำไปพัฒนากำลังรบในมิติใหม่ของสงครามโดรนต่อไป
    -----------------
    #จิตอาสาพระราชทาน
    #กองทัพบก #RTA
    #กองทัพภาคที่2
    #สันติภาพไม่มีอยู่จริง
    #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #CambodiaOpenedFire
    #TruthFromThailand

    https://www.facebook.com/share/1A4JWXJCYR/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รมต.กัมพูชาชี้ "อนุทิน" ไร้ความเมตตา ป่าเถื่อน ไม่เห็นค่าชีวิตมนุษย์ หลังประกาศดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อกัมพูชาต่อไป #PPTVHD36

    ที่มา:

    https://www.facebook.com/share/1MWFQ44jUP/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,300
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: อันวาร์เผยคุยอนุทิน-ฮุน มาเนต เรียกร้องหยุดยิง 22.00 น. คืนนี้ ขอส่ง AOT ลงพื้นที่ ตรวจสอบผ่านดาวเทียมสหรัฐฯ
    .
    นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เปิดเผยว่าภายหลังการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในประเด็นความตึงเครียดในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โดยแยกคุยทีละคน
    .
    ในระหว่างการพูดคุย เขาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งของมาเลเซียต่อสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าว และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด ตลอดจนยุติการกระทำที่เป็นปรปักษ์ทุกรูปแบบ และงดเว้นจากการดำเนินการทางทหารใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังพลรุกคืบ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (13 ธันวาคม 2568) ในเวลา 22:00 น.
    .
    นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการลดความตึงเครียดและส่งเสริมความโปร่งใส เขายังได้ขอให้มีการส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) นำโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซีย ไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยภารกิจนี้จะเสริมด้วยความสามารถในการตรวจสอบผ่านดาวเทียมที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดหาให้ ซึ่งจะเริ่มในเวลาเดียวกัน
    .
    ผลการตรวจสอบจากดาวเทียมและการสังเกตการณ์ภาคสนามจะถูกรวบรวมโดย AOT และนำเสนอในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม
    .
    รายงานดังกล่าวจะให้ข้อมูลที่เป็นกลางเกี่ยวกับสถานการณ์ รวมถึงจุดยืนของทั้งสองฝ่าย เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ การสร้างความไว้วางใจ และการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
    .
    “มาเลเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศพันธมิตรอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการทูตจะประสบความสำเร็จ” อันวาร์ ระบุ
    .
    #TheStandardNews #ชายแดนไทยกัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/17eSxjzELm/
     

แชร์หน้านี้

Loading...