ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยิวอิสราเอลซีด!
    อิหร่านโชว์ประสิทธิภาพหัวรบใหม่แบบเทอร์โมบาริก!
    อิหร่านยกระดับความขัดแย้งด้วยอาวุธทำลายล้าง – มีรายงานการโจมตีด้วยหัวรบเทอร์โมบาริก

    มีรายงานที่น่าตกใจว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ใช้หัวรบอาวุธเทอร์โมบาริก ซึ่งเป็นอาวุธทำลายล้างที่ออกแบบมาเพื่อสร้างคลื่นระเบิดขนาดใหญ่และความร้อนสูงในพื้นที่กว้าง โจมตีเป้าหมายของอิสราเอล

    มีการอ้างว่าการโจมตีส่งผลกระทบต่อเทลอาวีฟ ไฮฟา และเยรูซาเลม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหม่โดยใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่

    หากได้รับการยืนยัน นี่แสดงถึงการเพิ่มความรุนแรงของความขัดแย้งอย่างอันตราย – จากการแลกเปลี่ยนแบบธรรมดาไปสู่อาวุธที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทำลายล้างเมืองอย่างสูงสุด

    เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้น เครื่องบินสกัดกั้นกำลังขึ้นบิน พลเรือนกำลังหลบภัย

    สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน

    https://www.facebook.com/share/v/1ExZYvBVxV/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การเปิดเผยสุดช็อกของสก็อตต์ ริตเตอร์: ขีปนาวุธอิหร่านที่ “หยุดไม่อยู่” ถูกเปิดโปง

    อดีตผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติและอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองนาวิกโยธินสหรัฐฯ Scott Ritter วิเคราะห์ความก้าวหน้าด้านขีปนาวุธของอิหร่านอย่างละเอียด โดยชี้ว่าสงคราม 12 วันก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อิหร่านสามารถเจาะระบบป้องกันขั้นสูงทั่วตะวันออกกลางได้ พร้อมตั้งคำถามต่อโครงสร้างความมั่นคงโลก

    ยุทธศาสตร์ขีปนาวุธของอิหร่าน

    ➡️ ในอดีต อิหร่านต้องใช้ฝูงโดรนจำนวนมากเพื่อทำให้ระบบป้องกันล้นเกิน แต่ปัจจุบัน ขีปนาวุธเพียงลูกเดียวก็สามารถเล็ดรอดได้
    ➡️ ริตเตอร์อธิบายว่าสงคราม 12 วันเป็น “ขุมทรัพย์ข่าวกรอง” ของอิหร่าน ที่ได้ศึกษาระบบป้องกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล เช่น THAAD และ Aegis Combat System แนวคิดนี้สอดคล้องกับที่ศาสตราจารย์ Seyed Mohammad Marandi เคยเน้นย้ำ
    ➡️ มีการวิเคราะห์การเชื่อมโยงเรดาร์ ข้อมูลจาก F-35 และระบบบูรณาการต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาเป็นยุทธวิธีใหม่

    การถอดรหัสสำเร็จ

    ➡️ “พวกเขาเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลกบางส่วน” ริตเตอร์กล่าว พร้อมยกตัวอย่างกรณีอิหร่านยึดโดรนสหรัฐฯ อย่าง RQ-170 หรือที่รู้จักในชื่อ “Beast of Kandahar”
    ➡️ ช่วงท้ายสงคราม มีขีปนาวุธที่เล็ดรอด (“leaker missiles”) โจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
    ➡️ ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องโจมตีจำนวนมาก แต่อาศัยเทคโนโลยีที่หลบเลี่ยงการสกัดกั้น โจมตีเป้าหมายในบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน อิสราเอล และพื้นที่อื่น ๆ

    ความล้มเหลวของระบบป้องกัน

    ➡️ มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น รวมถึงกำลังพลอเมริกันในบาห์เรน จากการที่ขีปนาวุธอิหร่านเจาะระบบได้
    ➡️ ริตเตอร์เตือนว่าสถานการณ์นี้สะท้อนภาพความขัดแย้งระดับมหาอำนาจ และชี้ว่า “ระบบป้องกันขีปนาวุธใช้การไม่ได้จริง”
    ➡️ งบกลาโหมสหรัฐฯ มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เขาเรียกว่า “ภาพลวงตาที่ว่างเปล่า” เมื่อเทียบกับความแม่นยำของอิหร่าน

    ด้านบวกที่อาจเกิดขึ้น

    ➡️ แม้ไม่มีใครต้องการสงคราม แต่ความเสียหน้าอาจผลักดันให้เกิดการควบคุมอาวุธ และทบทวนโครงการป้องกันขนาดใหญ่
    ➡️ ริตเตอร์คาดการณ์ว่านี่อาจเป็น “จุดจบของรัฐบาลทรัมป์” และเรียกร้องให้หันกลับไปสู่การทูต

    บทสรุป

    ตามมุมมองของริตเตอร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอิหร่านได้ทำลายภาพลวงตาเกี่ยวกับความเหนือกว่าด้านการป้องกัน และส่งสัญญาณว่าควรเปลี่ยนจากการทุ่มงบประมาณมหาศาลไปสู่แนวทางสันติภาพที่ชาญฉลาดกว่า มิฉะนั้น โลกอาจเผชิญความเสี่ยงที่ยากจะย้อนกลับ

    https://www.facebook.com/share/1AUhBo5mPf/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชีอะห์ “สิบสองอิหม่าม” นิกายหนึ่งของศาสนาอิสลาม ที่ทำให้อิหร่านต่างจากชาติมุสลิมอื่น ๆ
    .
    ชีอะห์ (Shia) เป็นนิกายหนึ่งของศาสนาอิสลามที่นับถือวงศ์ของอะลี บุตรเขยของพระศาสดามุฮัมหมัด จากการสมรสกับท่านหญิงฟาติมะฮ์ และบิดาของฮุสเซน (ในไทยเรียกนิกายชีอะห์ว่า ‘เจ้าเซ็น’)
    .
    ชาวชีอะห์ต่างจากซุนนี (Sunni) ซึ่งเป็นมุสลิมส่วนใหญ่ตรงที่พวกเขาเชื่อว่า ตำแหน่งประมุขผู้สืบทอดท่านศาสดา หรือที่เรียกว่า คอลีฟะห์ (Caliph) ของคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น อะบูบักร์ อุมัร และอุษมาน ล้วนไม่ชอบธรรม เป็นการแย่งชิงสิทธิของอะลี รัชทายาท (ตัวจริง) ของท่านศาสดา
    .
    อีกสิ่งสำคัญที่ชีอะห์แตกต่างจากซุนนี นอกจากการยึดมั่นว่า ตำแหน่งผู้นำ หรืออิหม่าม (Imam) ต้องเป็นเชื้อสายพระศาสดามุฮัมหมัด (วงศ์ของอะลี) แล้ว ยังเชื่อว่าอิหม่ามเป็นผู้ไร้มลทิน คำสั่งใด ๆ ล้วนเป็นไปโดยชอบ มีฐานะเทียบเท่าพระดำรัสพระเป็นเจ้า การเป็นผู้นำ (อิมามะฮ์ / Imamah) เท่ากับได้รับมอบหมายจากท่านศาสดาให้ทำหน้าที่อรรถาธิบาย และเพิ่มหลักการศาสนาได้
    .
    นิกายชีอะห์มีสาขาหลักคือลัทธิ สิบสองอิหม่าม (Twelver Shi'ism) ซึ่งนับถืออิหม่าม 12 ท่าน นับตั้งแต่อะลี ได้แก่
    .
    1. อะลี บิน อบีฏอลิบ
    2. ฮะซัน บิน อะลี
    3. ฮุสเซน บิน อะลี
    4. อะลี เซน อัล-อาบิดีน
    5. มุฮัมหมัด อัล-บะกีร์
    6. ญะอ์ฟาร์ อัล-ซะดิก
    7. มูซา อัล-กาดิม
    8. อะลี อัล-ริดะห์
    9. มุฮัมหมัด อัล-ตะกี
    10. อะลี อัล-ฮะดี
    11. ฮะซัน อัล-อัสการี
    12. มุฮัมมัด อัล-มะห์ดี
    .
    ชาวชีอะห์เชื่อว่า อิหม่ามคนที่ 12 คือ อัล-มะห์ดี ที่หายสาบสูญไปตั้งแต่ ค.ศ. 881 ยังมีชีวิตอยู่ แต่หลบซ่อนตัว และจะกลับมายังโลกเพื่อนำความยุติธรรมมาสู่มนุษย์ เป็นมะห์ดี (Mahdi) ผู้นำทางอันชอบในอนาคต
    .
    หลักคิดเรื่องอิหม่ามคนที่ 12 จึงมีความคล้ายคลึงกับความเชื่อพระศรีอาริยเมตรไตรย (Maitreya) ของพุทธมหายาน หรือพระเมสสิยาห์ (Messiah) ของยิว เกี่ยวกับพระผู้เสด็จมาโปรดในอนาคต แต่ก็เป็นที่มาของมะห์ดีปลอมอยู่บ่อยครั้ง
    .
    สิบสองอิหม่ามเป็นสาขาของชีอะห์ที่มีคนนับถือมากที่สุด มีจำนวนประชากรราว 200 ล้านคน โดยอิหร่านเป็นประเทศที่นับถือมากที่สุด และเป็นศาสนาประจำชาติมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ในสมัยราชวงศ์ซาฟาวิยะห์ และปัจจุบันก็มีประชากรอิหร่านถึงร้อยละ 90-95 หรือราว 76-90 ล้านคนที่นับถือนิกายนี้
    .
    วัฒนธรรม การเมือง และสังคมอิหร่านในปัจจุบัน ล้วนมีอิทธิพลหรือเป็นผลมาจากอุดมการณ์ของนิกายชีอะห์สิบสองอิหม่ามอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลังการปฏิวัติอิสลาม ปี 1979 และมีบัญญัติให้เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญแห่งชาติของประเทศอิหร่าน
    .
    นอกจากนี้ นิกายชีอะห์สิบสองอิหม่ามยังเป็นนิกายของประชากรส่วนใหญ่ราว ๆ ร้อยละ 60 ในอิรัก กับบาห์เรน และกระจายอยู่ในหลายประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเลบานอน ตุรกี ปากีสถาน อินเดีย และอัฟกานิสถาน
    .
    ภาพ : มุฮัมมัด อัล-มะห์ดี ศิลปะออตโตมัน ด้านหลังคือ มัสยิดชีคห์ ลอทฟอลลาห์ เมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน (จาก Wikimedia Commons / Unsplash)
    .
    #อิหร่าน #อิหม่าม #SilpaCulture #ศิลปวัฒนธรรม #SilpaMag

    https://www.facebook.com/share/p/1C68AEfPCL/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ล่าสุด กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ออกแถลงการณ์ยืนยันเครื่องบินขับไล่โจมตี F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ตกเหนือน่านฟ้าคูเวต เหตุ "ยิงพวกเดียวกันเอง"
    .
    แทมปา รัฐฟลอริดา –เมื่อเวลา 23:03 น. ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ วันที่ 1 มีนาคม (โซนเอเซียเป็นวันที่ 2 มีนาคม) เครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ซึ่งปฏิบัติภารกิจสนับสนุนปฏิบัติการ Epic Fury ได้ตกเหนือประเทศคูเวตเนื่องจากเหตุการณ์ยิงผิดพลาดจากฝ่ายเดียวกัน ในระหว่างการสู้รบอย่างดุเดือด ซึ่งรวมถึงการโจมตีจากเครื่องบินของอิหร่าน ขีปนาวุธ และโดรน เครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตยิงตกโดยไม่ได้ตั้งใจ
    .
    ลูกเรือทั้ง 6 คนดีดตัวออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย และมีอาการคงที่ คูเวตได้ยอมรับเหตุการณ์นี้แล้ว และเราขอขอบคุณความพยายามของกองกำลังป้องกันประเทศคูเวตและการสนับสนุนในปฏิบัติการที่กำลังดำเนินอยู่
    .
    อ้างอิง : https://www.centcom.mil/MEDIA/PRESS...friendly-fire-incident-in-kuwait-pilots-safe/
    FB_IMG_1772453374927.jpg
    https://www.facebook.com/share/1ATHfKGoS9/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ควันมฤตยูครอบ! บึ้มเผาเรืออิหร่านหลายลำ ที่ท่าบันดาร์ อับบาส
    เที่ยงคืน! ทัพยิวเผย ยิงสกัดมิสไซล์จากอิหร่าน ปัดป้องพัลวัน
    รุ่งสางนี้ อิหร่านแลก แจกไปที่ซาอุฯ แทน! เสียงตู้มสนั่น ควันโขมงปกคลุม ที่กรุงริยาดห์ รอเช็กยืนยันการโจมตี
    ***สุดท้าย เป็นสถานทูตอเมริกา ที่ซาอุฯ!
    ทัพยิวไม่มีผ่อน เดินหน้าล่าล้างเฮซบอลเลาะห์ต่อ! แม้รัฐบาลเลบานอนประกาศตัดขาดเฮซบอลเลาะห์แล้ว แต่แผ่นดินเลบานอนซอกไหนเสี้ยวไหนมีเฮซบอลเลาะห์ ยิวก็จะเอาให้พรุน
    (รอปิดบัญชีมานานแล้ว แต่ตอนห้วงศึกกาซา จำใจต้องทำข้อตกลงหยุดยิงกัน จึงได้แต่จดบัญชีมรณะค้างไว้)
    ส่วนกรุงเตหะราน หายห่วง ทัพยิวไล่กดไม่ให้หายใจหายคอ โหมต่อไม่ยั้ง กะจะเอาให้ขีดความสามารถในการยิงมิสไซล์ของอิหร่านม่อย แล้วค่อยทุบเน้นๆ เมื่อไม่มีใดต่อกร
    (อิหร่านเพิ่งโชว์วิดีโอ ฐานลับใต้ดินที่คลาคล่ำด้วยโดรนมหาศาล)
    ทำเนียบขาวแถลงลั่นโลก หัวๆ ของอิหร่านถูกเด็ดชีพไปแล้ว 49 ศพ และทัพอเมริกากะซวกเป้าในแดนอิหร่านไปแล้ว สะสมเกิน 1,250 จุด
    ทรัมป์และรัฐมนตรีกลาโหม ต่างไม่ตอบชัด ไม่แง้มกว้างแต่ไม่ปิดว่ามีโอกาส "ยกพลขึ้นบก" ให้ทหารบกย่ำดินแดนเปอร์เซีย
    ส่วนการรบจะกินเวลาเนิ่นนานปานใด ใครตอบได้
    ทรัมป์ก็ย้ำอย่างที่บอกไปแล้ว วางไว้ 4-5 สัปดาห์ แต่ถ้ามันยืดกว่านั้น อเมริกาก็มีแสนยานุภาพดำเนินได้ เท่าไหร่ก็เท่ากัน

    นี่คือสถานการณ์ล่าสุด เช้าตรู่วันอังคารที่ 3 มี.ค. 2026
    https://www.facebook.com/share/1ASvwYttoo/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โลกวิตก! เกิดแผ่นดินไหวกว่า 100 ครั้งใกล้ "Area 52" ศูนย์ทดสอบลับอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐฯใต้ทะเลทรายรัฐเนวาดาระหว่าง “ทรัมป์” เตือนอิหร่าน คลื่นใหญ่กำลังตามมามีสิทธิ์ส่งกำลังทหารบุกเข้าเตหะราน
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - เกิดแผ่นดินไหวลึกลับความแรงระดับปานกลางสูงกว่า 2.5 แมกนิจูดไม่ต่ำกว่า 16 ครั้งและระดับต่ำกว่า 100 ครั้งใกล้สนามทดสอบโทโนพาห์ (Tonopah Test Range)ที่รู้จักในชื่อ Area 52 ขึ้นชื่อในเรื่องศูนย์ลับทดสอบอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐฯ หวั่นอาจมีความเป็นไปได้อเมริกาจะหวนกลับมาทดสอบนิวเคลียร์ใหม่อีกครั้งหลังทรัมป์วันจันทร์(2 มี.ค)เตือนอิหร่านระหว่างสงคราม "คลื่นใหญ่กำลังตามมา" ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งกำลังทหารอเมริกันบุกเข้ากรุงเตหะราน
    .
    เดลีเมลของอังกฤษรายงานวันจันทร์(2 มี.ค)ว่า โซน Area 52 ศูนย์ทดสอบลับอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐฯที่รู้จักในชื่อ "สนามทดสอบโทโนพาห์ NTTR" (Tonopah Test Range) และโซน Area 51ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวข้องกับยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวที่ทั้งคู่เป็นเขตทหารในทางเหนือของเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา
    .
    เป็นเวลาหลายสิบปีที่เชื่อว่ากองทัพสหรัฐฯได้ทำการทดสอบอากาศยานในขั้นทดลองรวมไปถึงการวิจัยอาวุธนิวเคลียร์ในพื้นที่ห่างไกลที่ทะเลทรายเนวาดานี้
    .
    และในเวลานี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวเกิดไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งในรัศมี 50 ไมล์ห่างจากสนามทดสอบลับนิวเคลียร์สหรัฐฯ Area 52
    .
    แผ่นดินไหวเหล่านี้มีระดับความแรงจากช็อกเวฟระดับต่ำระหว่าง 1.0 แมกนิจูด – 1.9 แมกนิจูดและไปจนถึงแผ่นดินไหวระดับความแรงต่ำกว่า 3.0 แมกนิจูดที่คนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสามารถรู้สึกถึงการสั่นไหวได้
    .
    แผ่นดินไหวความแรง 2.5 แมกนิจูด – 4.9 แมกนิจูดนั้นถูกจัดว่าเป็นระดับความแรงที่มนุษย์สามารถรู้สึกได้ในระยะไม่กี่ไมล์
    .
    อย่างไรก็ตามแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นใกล้ Area 52 ไม่มีรายงานทรัยพ์สินและบ้านเรือนเสียหาย และไม่มีรายงานการบาดเจ็บ
    .
    การเกิดช็อกเวฟเกิดขึ้นตามการรายงานของชาวรัฐเนวาดาที่สามารถรับรู้แรงสั่นไหวไกลถึงเมืองคาร์สัน(Carson City) ห่างออกไปทางตะวันตก 180 ไมล์ และลาสเวกัส 175 ไมล์ ทางทิศใต้ของจุดเกิดแผ่นดินไหววันอาทิตย์(1)
    .
    แผ่นดินไหวที่แรงที่สุดเกิดขึ้นในวันอาทิตย์(1) เมื่อเวลา 11.37 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯมีระดับความแรงที่ 4.3 แมกนิจูด สั่นสะเทือนจุดที่ห่างไกลของทะเลทรายเนวาดาห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของโทโนพาห์ราว 48 ไมล์
    .
    และตลอดทั้งวันสุดท้ายของการเกิดแผ่นดินไหว สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ USGS สามารถตรวจพบแผ่นดินไหวระดับปานกลาง 16 ครั้ง และทั้งหมดมีระดับความแรงกว่า 2.5 แมกนิจูด เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงศูนย์ทดสอบลับนิวเคลียร์สหรัฐฯ Area 52 (สนามทดสอบโทโนพาห์ NTTR)
    .
    การเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งใกล้ศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์สหรัฐฯล่าสุดทำให้เกิดความวิตกว่า อเมริกาจะหวนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์โลกและสงครามต่างๆทั้งที่ยูเครนและอิหร่าน
    .
    การเกิดแผ่นดินไหวใกล้ศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์ทำให้หวนไปถึงเกาหลีเหนือได้ทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินเมื่อปี 2017 และทำให้เกิดแผ่นดินไหวเทียมความแรง 6.3 แมกนิจูดสร้างความตกใจไปทั่วโลก
    .
    สื่ออังกฤษชี้ว่า สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐฯ-รัสเซีย New START นั้นสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 5 ก.พ ที่ผ่านมา ไม่กี่สัปดาห์ก่อน USGS ตรวจจับแผ่นดินไหวเหล่านี้
    .
    และเป็นการเกิดขึ้นระหว่างสงครามอิหร่าน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ล่าสุดออกมาเตือนอิหร่านให้ยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองลง พร้อมเตือนต่อว่า คลื่นใหญ่ที่สุดจะตามมา
    .
    CNN ของสหรัฐฯรายงานวันจันทร์(1)ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งกำลังทหารอเมริกันเข้าสู่อิหร่านหากว่าจำเป็น พร้อมยืนยันว่า เขาไม่หวั่นไหวกับผลโพลสำรวจที่ชี้ว่า อเมริกันชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน
    .
    “ผมคิดว่ามันจะต้องดีมากๆ มันจะต้องทรงพลังมากๆ พวกเรามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและพวกเราต้องใช้มัน”
    .
    ในการสัมภาษณ์เขายังกล่าวว่า “พวกเรายังไม่ได้แม้แต่จะโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วง คลื่นใหญ่ยังไม่ได้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ คลื่นใหญ่กำลังจะตามมาในไม่ช้า”
    .
    เดลีเมลรายงานว่า ทั้งนี้ Area 52 เป็นพื้นที่ความลับสุดยอดอยู่ภายใต้การควบคุมของเพนตากอนและกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ
    .
    โดยสหรัฐฯมีศูนย์วิจัยลับนิวเคลียร์ใต้ทะเลทราย โดยมีการเปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้วได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ในแล็บใต้ทะเลทรายเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อควบคุมการระเบิดนิวเคลียร์แบบจำลองที่ทำเลียนแบบการระเบิดนิวเคลียร์ของจริงที่อเมริกาเลิกการทำทดสอบไปเมื่อปี 1992 หลังย้ายการทดสอบนิวเคลียร์ของจริงไปที่ใต้ดินเมื่อยุค 60

    https://www.facebook.com/share/p/1AZ27sAJf2/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,235
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฐานสหรัฐฯ โดนอิหร่านทะลุระบบ
    อาวุธถูกดึงไปที่อื่น?
    การที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายแห่ง (โดยเฉพาะในบาห์เรน คูเวต UAE และซาอุฯ) ถูกขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านทะลุระบบป้องกันได้ง่ายในเหตุการณ์ล่าสุด (28 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569) ทำให้เกิดคำถามใหญ่ในวงการทหารและนักวิเคราะห์ว่า

    “ทำไมฐานทัพที่เคยแข็งแกร่งถึงอ่อนแอลงขนาดนี้”

    จากรายงานและการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจาก CSIS (Center for Strategic and International Studies), RAND Corporation, The War Zone และแหล่งข่าวทหารสหรัฐฯ พบว่า
    มี 2 เหตุผลหลัก
    ที่ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธในฐานทัพเหล่านี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    1. อาวุธป้องกันภัยทางอากาศจำนวนมากถูกย้ายไปช่วยยูเครนตั้งแต่ปี 2565
    ตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน (ก.พ. 2565) สหรัฐฯ ได้โอนระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธหลายชุดจากฐานทัพในตะวันออกกลางไปยังยูเครน เพื่อช่วยป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนรัสเซีย โดยเฉพาะระบบที่มีความสำคัญสูง:

    - Patriot PAC-3 (ระบบป้องกันขีปนาวุธ ballistic) – ส่งไปอย่างน้อย 3–4 ชุด จากฐานในคูเวต บาห์เรน และซาอุฯ
    - NASAMS (National Advanced Surface-to-Air Missile System) – ส่งไปหลายชุด
    - Hawk และระบบอื่น ๆ ที่เคยประจำการในตะวันออกกลาง

    เหตุผลหลักคือ ยูเครนเผชิญการโจมตีทางอากาศหนักและต่อเนื่องจากรัสเซีย ทำให้สหรัฐฯ ต้องจัดลำดับความสำคัญสูงสุดให้ยูเครนก่อน (Ukraine first priority)
    ผลที่ตามมา คือฐานทัพในตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะ US 5th Fleet ในบาห์เรน, Al Dhafra ใน UAE, Prince Sultan Air Base ในซาอุฯ) เหลือระบบป้องกันภัยทางอากาศน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด บางแห่งเหลือเพียง Patriot 1–2 ชุด หรือระบบ THAAD ไม่ครบ ทำให้โดรน Shahed-136/238 และขีปนาวุธ ballistic ของอิหร่านทะลุได้ง่ายขึ้น

    2. สหรัฐฯ ย้ายอาวุธที่เหลือไปเสริมอิสราเอลเป็นหลักตั้งแต่ปี 2566
    ตั้งแต่สงครามกาซาเริ่มรุนแรง (ต.ค. 2566) และยิ่งหนักขึ้นหลังเหตุการณ์ในเลบานอน/ซีเรีย สหรัฐฯ ได้ส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมไปยังอิสราเอลจำนวนมาก เพื่อปกป้องพันธมิตรหลักที่เผชิญภัยคุกคามโดยตรงจากฮามาส, Hezbollah, Houthis และอิหร่าน:
    - Patriot เพิ่มอีก 2–3 ชุด
    - THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) 1 ชุด ประจำการในอิสราเอลตั้งแต่ต.ค. 2567
    - Iron Dome และ Arrow system เสริมกำลัง

    เหตุผลคือ อิสราเอลถูกมองว่าเป็น “เป้าหมายหลัก” ที่ต้องปกป้องก่อน ผลที่ตามมา คือฐานทัพในตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะในบาห์เรน คูเวต UAE) เหลือระบบป้องกันน้อยลงอีก ทำให้ถูกโจมตีทะลุได้ง่ายในเหตุการณ์ล่าสุด

    ผลกระทบและมุมมองจากนักวิเคราะห์
    CSIS ระบุในรายงานล่าสุดว่า สหรัฐฯ โอนระบบป้องกันภัยทางอากาศจากตะวันออกกลางไปยูเครนและอิสราเอลมากกว่า 40% ตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ฐานทัพในภูมิภาค “ขาดความพร้อม” (under-resourced) และเสี่ยงต่อการโจมตีด้วยโดรน/ขีปนาวุธจำนวนมากจากอิหร่าน

    RAND Corporation วิเคราะห์ว่า “การจัดลำดับความสำคัญให้ยูเครนและอิสราเอล” ทำให้ฐานทัพในอ่าวเปอร์เซียอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด และอาจเป็นจุดอ่อนที่อิหร่านใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

    สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนปัญหาคลาสสิกของมหาอำนาจที่ต้องดูแลหลายแนวรบพร้อมกัน เมื่อทรัพยากรถูกแบ่งไปยังยูเครนและอิสราเอล ฐานทัพในอ่าวเปอร์เซียจึงมีความเปราะบางมากขึ้น
    การกระจายระบบป้องกันภัยทางอากาศไปยังหลายสมรภูมิพร้อมกัน ทำให้สหรัฐฯ เผชิญภาวะ “ขาดทรัพยากรเชิงพื้นที่” (under-resourced theater)และกลายเป็นช่องว่างที่ฝ่ายตรงข้ามอาจใช้ประโยชน์ได้.

    (อ้างอิงจาก CSIS, RAND Corporation, The War Zone, Reuters, Al Jazeera, Gulf News และรายงานสถานการณ์ล่าสุด 3 มีนาคม 2569)

    FB_IMG_1772507278658.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1DYJjonwFW/
     

แชร์หน้านี้

Loading...